การรีไซเคิลตัวทำละลายในอุตสาหกรรม ช่วยโลกอย่างไร
การรีไซเคิลตัวทำละลายในอุตสาหกรรม ช่วยโลกอย่างไร
ในยุคที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเผชิญทั้งต้นทุนที่สูงขึ้นและแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม การรีไซเคิลตัวทำละลายในอุตสาหกรรม (Solvent Recycling) จึงกลายเป็นแนวทางสำคัญที่ทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายและช่วยโลกไปพร้อมกัน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเคมี อิเล็กทรอนิกส์ ยา สี หมึกพิมพ์ และการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่มีการใช้ตัวทำละลายในปริมาณมาก
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักว่า การรีไซเคิลตัวทำละลายคืออะไร ช่วยโลกอย่างไร และทำไมโรงงานยุคใหม่ควรให้ความสำคัญ
การรีไซเคิลตัวทำละลายคืออะไร
การรีไซเคิลตัวทำละลาย คือกระบวนการนำตัวทำละลายที่ผ่านการใช้งานแล้ว เช่น เอทานอล (Ethanol), ไอโซโพรพานอล (IPA), อะซีโตน (Acetone), โทลูอีน (Toluene) หรือ MEK มาผ่านกระบวนการบำบัด เช่น การกลั่น (Distillation) หรือการกรอง เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง
แทนที่จะต้องกำจัดเป็นของเสียอันตราย ตัวทำละลายเหล่านี้สามารถถูกนำกลับมาใช้ในกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การรีไซเคิลตัวทำละลายในอุตสาหกรรม ช่วยโลกอย่างไร
1. ลดปริมาณของเสียอันตราย
ตัวทำละลายใช้แล้วส่วนใหญ่จัดเป็น ของเสียอันตราย (Hazardous Waste) หากกำจัดไม่ถูกวิธีอาจก่อให้เกิดมลพิษต่อดิน น้ำ และอากาศ การรีไซเคิลช่วยลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปเผาทำลายหรือฝังกลบอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชนโดยรอบโรงงาน
2. ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
ตัวทำละลายส่วนใหญ่ผลิตจากปิโตรเลียม ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป การรีไซเคิลตัวทำละลายช่วยลดความต้องการผลิตใหม่ ส่งผลให้ลดการขุดเจาะน้ำมันและลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตต้นน้ำ ส่งผลให้ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนมากขึ้น
3. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การผลิตและการกำจัดตัวทำละลายใหม่ต้องใช้พลังงานสูงและก่อให้เกิดการปล่อย CO₂ การรีไซเคิลตัวทำละลายช่วยลดกระบวนการเหล่านี้ จึงช่วยลด Carbon Footprint ของโรงงานได้โดยตรง สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero และ ESG ขององค์กร
4. สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
การนำตัวทำละลายกลับมาใช้ซ้ำ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ Circular Economy ที่เปลี่ยนของเสียให้กลับมาเป็นทรัพยากร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบและลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต
ประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรม
นอกจากช่วยโลกแล้ว การรีไซเคิลตัวทำละลายยังให้ประโยชน์เชิงธุรกิจอย่างชัดเจน ได้แก่
- ลดต้นทุนการซื้อสารเคมีใหม่
- ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดของเสียอันตราย
- เพิ่มความมั่นคงของวัตถุดิบในช่วงสารเคมีขาดตลาด
- เสริมภาพลักษณ์องค์กรด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
- รองรับมาตรฐาน ISO, ESG และกฎหมายสิ่งแวดล้อม
อุตสาหกรรมใดที่เหมาะกับการรีไซเคิลตัวทำละลาย
การรีไซเคิลตัวทำละลายเหมาะกับหลายอุตสาหกรรม เช่น
- อุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี
- อุตสาหกรรมสี หมึกพิมพ์ และสารเคลือบ
- อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์
- อุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง
- โรงงานล้างชิ้นส่วนโลหะและพลาสติก
เลือกตัวทำละลายอย่างไรให้รีไซเคิลได้ง่าย
เพื่อให้การรีไซเคิลมีประสิทธิภาพ โรงงานควรเลือกใช้ตัวทำละลายที่:
- มีความบริสุทธิ์สูง
- มีจุดเดือดชัดเจน เหมาะกับการกลั่น
- มีข้อมูล MSDS และ COA ครบถ้วน
- ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม
ตัวทำละลายใช้แล้ว นำไปรีไซเคิลที่ไหนได้บ้าง
เพื่อให้การจัดการตัวทำละลายใช้แล้วเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยสามารถเลือกแนวทางการรีไซเคิลได้ดังนี้
1. รีไซเคิลภายในโรงงาน (On-site Solvent Recycling)
โรงงานขนาดกลางและขนาดใหญ่สามารถติดตั้ง เครื่องกลั่นตัวทำละลาย (Solvent Distillation Unit) ภายในโรงงาน เพื่อรีไซเคิลตัวทำละลายใช้แล้ว เช่น IPA, Acetone, Ethanol หรือ Toluene ให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
เหมาะกับ โรงงานที่ใช้ตัวทำละลายในปริมาณมาก ต้องการลดต้นทุนระยะยาว และควบคุมคุณภาพสารเคมีด้วยตนเอง
2. บริษัทรับรีไซเคิลสารเคมีและกำจัดของเสียอุตสาหกรรมในประเทศไทย
สำหรับโรงงานที่ไม่สะดวกลงทุนเครื่องจักรเอง สามารถส่งตัวทำละลายใช้แล้วไปยังบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้รีไซเคิลหรือกำจัดของเสียอันตรายตามกฎหมายไทย ซึ่งมีระบบกลั่นและบำบัดตามมาตรฐาน
ข้อดี สะดวก ถูกต้องตามกฎหมาย และมีเอกสารกำกับการกำจัดของเสียครบถ้วน
3. ผู้จำหน่ายสารเคมีที่ให้คำปรึกษาด้านการรีไซเคิล
ผู้จำหน่ายสารเคมีบางรายมีบริการให้คำแนะนำด้านการเลือกใช้ตัวทำละลายที่เหมาะกับการรีไซเคิล รวมถึงแนะนำผู้ให้บริการรีไซเคิลที่เชื่อถือได้ ช่วยลดของเสียตั้งแต่ต้นทางและสนับสนุนแนวคิด Circular Economy
การรีไซเคิลตัวทำละลายในอุตสาหกรรม ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่กำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญของโรงงานยุคใหม่ ที่ต้องการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
การลงทุนในระบบรีไซเคิลตัวทำละลาย หรือการเลือกใช้สารเคมีที่เหมาะสมตั้งแต่ต้นทาง คืออีกหนึ่งวิธีที่ช่วยทั้งโลกและช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
ขอบคุณแหล่งที่มา:
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม (DIW) – หน่วยงานกำกับดูแลการจัดการของเสียอันตรายและการรีไซเคิลสารเคมีในประเทศไทย
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566
- List of Hazardous Substances (No.5) B.E. 2562
- พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- แผนแม่บทการจัดการของเสีย (2nd National Action Plan on Waste Management B.E. 2565–2570)
