ประเภทเครื่องแก้ว

 

เลือกเครื่องแก้วอย่างไร ?

 

ในห้องปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็นด้านเคมี ชีววิทยา หรืออุตสาหกรรมอาหาร "เครื่องแก้ว" คืออุปกรณ์พื้นฐานที่ส่งผลต่อคุณภาพของผลลัพธ์มากที่สุด การเลือกเครื่องแก้วที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงการเลือกซื้อภาชนะใส่สาร แต่คือการเลือก "ความแม่นยำ" และ "ความปลอดภัย" ของผู้ปฏิบัติงาน

 

ทำไมต้อง Borosilicate Glass 3.3?

มาตรฐานสำหรับเครื่องแก้วห้องแล็บคือ ISO 3585 ซึ่งระบุคุณสมบัติของแก้วโบโรซิลิเกต 3.3 ไว้ดังนี้

  • Linear Coefficient of Expansion: มีการขยายตัวต่ำมากเมื่อได้รับความร้อน ทำให้ไม่แตกเมื่อเปลี่ยนอุณหภูมิฉับพลัน (เช่น การย้ายจากเตา Hotplate ไปยังที่วางอุณหภูมิห้อง)
  • Hydrolytic Resistance: ทนต่อการกัดกร่อนของน้ำและไอน้ำในระดับสูงสุด (Class 1) สารเคมีจึงไม่สามารถดึงเอาไอออนของแก้วออกไปปนเปื้อนในสารละลายได้
  • Acid & Alkali Resistance: ทนทานต่อกรดเข้มข้นได้ดีเยี่ยม และทนต่อด่างได้ดีกว่าแก้วทั่วไป (Soda-lime) อย่างมีนัยสำคัญ

คำแนะนำ: หากงานของคุณมีการใช้ความร้อนสูงเกิน 100°C หรือใช้สารเคมีที่มีความรุนแรง การระบุในสเปกจัดซื้อว่าต้องเป็น "Type I, Class A, Borosilicate 3.3"  คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

 

มาตรฐานความแม่นยำ: Class A vs Class B และการสอบเทียบ

เครื่องแก้ววัดปริมาตร (Volumetric Glassware) เช่น Volumetric Flask, Pipette, Burette มีการแบ่งมาตรฐานตาม ISO 1042 และ ISO 648

  • Class A / AS (S = Swift delivery): มีความคลาดเคลื่อน (Tolerance) ต่ำสุดตามที่มาตรฐานกำหนด เหมาะสำหรับการเตรียมสารละลายมาตรฐาน (Standard Solutions) และงานวิเคราะห์วิจัย
  • Class B: มีค่าความคลาดเคลื่อนสูงกว่า Class A สองเท่า เหมาะสำหรับงานทดลองทั่วไปหรืองานเตรียมสารที่ไม่ต้องการความแม่นยำสูง
  • Individual Certificate vs Batch Certificate: * Batch Certificate: รับรองผลเป็นล็อต (ประหยัดกว่า) Individual Certificate: รับรองผลรายชิ้น (แม่นยำที่สุดและระบุเลข Serial Number ลงบนเนื้อแก้ว)

 

การเลือกรูปทรงและหน้าที่ให้ตรงกับงาน (Design for Function)

  • Erlenmeyer Flask (ขวดชมพู่): ปากแคบช่วยลดการระเหยและการกระเด็น เหมาะสำหรับการไทเทรตและการผสมสาร
  • Beaker (บีกเกอร์): ปากกว้างเทง่าย เหมาะสำหรับการละลายสารหรือเตรียมตัวอย่างเบื้องต้น
  • Graduated Cylinder (กระบอกตวง): ใช้สำหรับวัดปริมาตรของเหลวแบบคร่าวๆ ไม่ควรใช้เตรียมสารที่ต้องการความแม่นยำสูง
  • Round Bottom Flask (ขวดก้นกลม): ออกแบบมาเพื่อกระจายความร้อนให้สม่ำเสมอ เหมาะสำหรับงานกลั่น (Distillation) หรือการทำปฏิกิริยาภายใต้สุญญากาศ

 

เทคนิคการดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งาน (Maintenance)

การลงทุนในเครื่องแก้วเกรดพรีเมียมจะไร้ความหมายหากดูแลรักษาผิดวิธี:

  • การทำความสะอาด: หลีกเลี่ยงการใช้แปรงล้างที่มีโลหะโผล่ออกมาเพราะจะทำให้แก้วเป็นรอย (Scratches) ซึ่งจะกลายเป็นจุดเปราะบางเมื่อโดนความร้อน
  • การอบแห้ง: ไม่ควรอบเครื่องแก้ววัดปริมาตร (Class A) ในอุณหภูมิที่สูงเกิน 150°C เป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้โครงสร้างแก้วขยายตัวถาวรจนค่าความแม่นยำเปลี่ยนไป
  • การจัดเก็บ: ควรเก็บในตู้ที่แห้งและมีแผ่นยางรองเพื่อลดการกระแทก

 

หากสนใจเลือกซื้อ เครื่องแก้ว คุณภาพสูง
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าหมวดหมู่ เครื่องแก้ว ของเรา

 

 

 

ขอบคุณแหล่งที่มา :
- กรมวิทยาศาสตร์บริการ
https://www.dss.go.th/images/st-article/lpd_1_2546_glassware.pdf
- สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ. - TISI): มาตรฐาน มอก. ที่เกี่ยวข้องกับแก้วโบโรซิลิเกตและการใช้งานในอุตสาหกรรม
- สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (NIMT): แหล่งอ้างอิงสูงสุดด้านความแม่นยำและการสอบเทียบ (Calibration Traceability) ของเครื่องแก้ววัดปริมาตรในไทย