โลหะหนักไม่ใช่เรื่องไกลตัว
โลหะหนักไม่ใช่เรื่องไกลตัว
Heavy Metals พบได้ในอะไรบ้าง และเลี่ยงอย่างไร
โลหะหนัก (Heavy Metals) เป็นคำที่หลายคนเริ่มค้นหามากขึ้นจากข่าวด้านสุขภาพ อาหารปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม แต่ความจริงแล้วโลหะหนักไม่ได้อยู่ไกลตัวอย่างที่คิด เพราะสามารถพบได้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ของใช้ใกล้ตัว อาหาร น้ำดื่ม ไปจนถึงอากาศที่เราหายใจ
บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจแบบสรุปครบว่า โลหะหนักคืออะไร พบได้จากที่ไหนบ้าง ตัวอย่างโลหะหนักที่พบบ่อย และวิธีลดความเสี่ยงแบบไม่ต้องตื่นตระหนก เหมาะสำหรับผู้อ่านทั่วไป รวมถึงผู้ทำงานด้านอุตสาหกรรมและห้องปฏิบัติการ
โลหะหนัก (Heavy Metals) คืออะไร
โลหะหนัก คือกลุ่มธาตุโลหะที่มีความหนาแน่นสูง และอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพหากสะสมในร่างกายในปริมาณมากหรือเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่โลหะหนักทุกชนิดจะเป็นอันตรายเสมอไป เพราะบางชนิดจำเป็นต่อร่างกายในปริมาณที่เหมาะสม
หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “มีหรือไม่มี” แต่คือ ปริมาณ การได้รับต่อเนื่อง และการสะสมในร่างกาย

ตัวอย่างโลหะหนักที่มักได้ยินบ่อย
โลหะหนักที่พบและถูกกล่าวถึงบ่อยในชีวิตประจำวัน ได้แก่
- ตะกั่ว (Lead, Pb)
พบในสีเก่า ท่อประปาเก่า แบตเตอรี่ และฝุ่นจากการจราจร การได้รับตะกั่วสะสมอาจกระทบระบบประสาท โดยเฉพาะในเด็ก
- ปรอท (Mercury, Hg)
พบในปลาทะเลขนาดใหญ่ เครื่องมือวัดแบบเก่า และหลอดฟลูออเรสเซนต์บางชนิด
- แคดเมียม (Cadmium, Cd)
พบในควันบุหรี่ แบตเตอรี่ และอาจปนเปื้อนในดินหรือพืชบางพื้นที่ มีผลต่อไตและกระดูกหากได้รับสะสม
- สารหนู (Arsenic, As)
พบได้ตามธรรมชาติในดิน น้ำใต้ดิน และข้าวบางพื้นที่ การได้รับต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านสุขภาพ
- โครเมียม (Chromium)
บางรูปแบบจำเป็นต่อร่างกาย แต่บางรูปแบบอาจเป็นอันตราย มักพบในอุตสาหกรรมฟอกหนังและชุบโลหะ
ของใช้ในชีวิตประจำวันที่อาจเสี่ยงปนเปื้อนโลหะหนัก
หลายคนอาจไม่รู้ว่าโลหะหนักสามารถแฝงอยู่ในของใช้ใกล้ตัว เช่น
- ภาชนะโลหะหรือเครื่องครัวราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐาน
- สีทาบ้านหรือของเล่นเด็ก โดยเฉพาะของเก่าหรือไม่ได้รับการรับรอง
- เครื่องประดับแฟชั่นที่อาจมีตะกั่วหรือแคดเมียม
- เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน อย.
- น้ำดื่มจากท่อหรือถังเก่าที่อาจมีการชะโลหะออกมา
- อาหารทะเลบางชนิด โดยเฉพาะปลาขนาดใหญ่ที่อยู่ลำดับบนของห่วงโซ่อาหาร
การปนเปื้อนเหล่านี้มักเกิดในปริมาณน้อยและสะสมอย่างช้า ๆ จึงไม่แสดงอาการทันที
หลักการลดความเสี่ยงจากโลหะหนัก แบบไม่ต้องตื่นตระหนก!
แม้คำว่า “โลหะหนัก” จะฟังดูน่ากลัว แต่ในความเป็นจริงเราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีง่าย ๆ
1. เลือกสินค้าและอาหารที่ได้มาตรฐาน
- เลือกสินค้าที่มี อย., มอก. หรือมาตรฐานรับรอง
- หลีกเลี่ยงของใช้ราคาถูกผิดปกติ โดยเฉพาะที่สัมผัสอาหารหรือผิวหนังโดยตรง
2. กินอาหารให้หลากหลาย
การกินอาหารซ้ำ ๆ ชนิดเดิมเป็นเวลานานอาจเพิ่มโอกาสสะสมโลหะหนัก การกินให้หลากหลายช่วยกระจายความเสี่ยงได้
3. ลดการใช้ของเก่าที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
เช่น ภาชนะโลหะเก่า เครื่องครัวเก่า หรือของเล่นเด็กที่ผลิตมานานแล้ว
4. หลีกเลี่ยงควันและฝุ่นพิษ
ควันบุหรี่และฝุ่นจากการเผาไหม้เป็นแหล่งโลหะหนักที่หลายคนมองข้าม การหลีกเลี่ยงหรือป้องกันช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
5. ไม่ต้องกลัว แต่ต้องรู้เท่าทัน
โลหะหนักเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ สิ่งที่ดีที่สุดคือ รับรู้ เลือกอย่างมีสติ และดูแลสุขภาพโดยรวม
โลหะหนักไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องหวาดกลัว หากเราเข้าใจแหล่งที่มาและรู้จักลดความเสี่ยงอย่างเหมาะสม การเลือกใช้สินค้าได้มาตรฐาน กินอาหารหลากหลาย และใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว ก็เพียงพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและสมดุล
สำหรับภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และห้องปฏิบัติการ ความรู้เรื่องโลหะหนักและการควบคุมคุณภาพยังช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานในระยะยาว
ขอบคุณแหล่งที่มา:
- กรมควบคุมมลพิษ – ข้อมูลโลหะหนักในสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพ
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) – การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหารและเครื่องสำอาง
- กรมอนามัย – แนวทางการบริโภคอาหารอย่างปลอดภัยจากสารปนเปื้อน
- กรมควบคุมโรค – ผลกระทบของตะกั่วและสารพิษต่อสุขภาพประชาชน
